|
กสท เร่งผลักดัน 3 โครงการทั้งควบกิจการฮัทช์ ขยายโครงข่ายซีดีเอ็มเอทั่วประเทศ และFTTX มูลค่ารวม 1.8 หมื่นล้าน คาดฮัทช์-ซีดีเอ็มเอแล้วเสร็จเดือนก.ค.วางแผนเปิดประมูล FTTX อีก 4เดือน คาดรายได้ปีแรกไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท ขณะที่ รมว.ไอซีทียันโปร่งใส...
นาย จิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการ 3 โครงการใหญ่ที่ได้รับอนุมัติเรียบร้อยจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มูลค่ากว่า 1.8 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของการควบรวมกิจการกับฮัทช์มูลค่า 7,500 ล้านบาทนั้น คาดว่าปลายเดือน พ.ค.2553 จะสามารถเซ็นสัญญาซื้อขายได้ โดยจะทำควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายซีดีเอ็มเอให้ครอบคลุมทั่วประเทศ มูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาทด้วย นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า จะสามารถโปรโมทเป็นเครือข่ายเดียวกันทั่วประเทศในเดือน ก.ค. 2553 ด้วย
"โครงการ ขยายซีดีเอ็มเอในพื้นที่ 51 จังหวัด หลังจาก ครม.อนุมัติ จะสามารถครอบคลุมพื้นที่การใช้งานได้ อีกกว่า 90% ส่วนยอดลูกค้าใหม่นั้น จะดูโครงการของฮัทช์ควบคู่ไปด้วย เราวางไว้ว่าภายใน 2-3 ปี จะมีลูกค้าโดย ภาพรวมหลังจากการรวมโครงข่ายเรียบร้อยไม่ต่ำกว่า 3 ล้านราย ขณะที่สิ้นปี 53 คาดว่า จะมีลูกค้าเพิ่มราว 1.5 ล้านราย" กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าว
นายจิรายุทธ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ แคทซีดีเอ็มเอ มีลูกค้าประมาณ 360,000 ราย ใน 51 จังหวัด มีรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย 200-300 บาท บริษัทจะเร่งทำการตลาดให้สามารถใช้งานได้ ทั้งวอยซ์ และดาต้าทั่วประเทศ เพื่อให้รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายเพิ่มขึ้น โดยจะให้เติบโตสูสีกับคู่แข่ง โดยเฉพาะในส่วนของการใช้งานด้านดาต้าผ่านแอร์การ์ดจะเป็นตัวผลักดันให้ราย ได้เฉลี่ยต่อเลยหมายเพิ่มเป็น 400-500 เลขหมาย ในส่วนของรายได้ที่จะรับรู้จากการซื้อกิจการฮัทช์ คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้ได้ เพียงครึ่งปีส่วนรายได้จากธุรกิจโมบายทั้งหมดรวมซีดีเอ็มเอ 51 จังหวัดของปี 2553 คาดว่าจะถึง 3,000 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมของ กสท อยู่ที่ประมาณ 50,000 ล้านบาท เป็นรายได้จากค่าสัมปทานประมาณ30,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60% อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีรายได้จากทั้ง 3 โครงการ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้สัมปทานได้
สำหรับโครงการเคเบิลใย แก้วนำแสงไฟเบอร์ออฟติก (FTTX) มูลค่า 6,800 ล้านบาท คาดว่าจะมีการประกาศให้มีการประมูลได้อีก 4 เดือนนับจากนี้ โดยจะใช้เวลาติดตั้งภายใน 1 ปี ในพื้นที่ 4 จังหวัดกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี อย่างไรก็ตาม โครงการ นี้คาดว่าจะต้องติดตั้งพอร์ตเชื่อมต่อประมาณ 400,000-50,000 พอร์ต โดยจะเน้นติดตั้งตามอาคาร ออฟฟิศ คอนโด โรงแรม และบ้านที่อยู่อาศัย โครงการน่าจะแล้วเสร็จประมาณกลางปี 2554 รายได้ปีแรกน่าจะอยู่ในระดับหลักพันล้านบาท
ด้าน ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า การผลักดันทั้ง 3 โครงการของ กสท เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องไม่มีการฮั้ว หรือลัดขั้นตอน ขณะที่ชื่นชมทางผู้บริหารของกสท ที่สามารถตอบชี้แจงภาพรวมของโครงการได้อย่างชัดเจน จึงไม่มีการคัดค้านจากฝ่ายใด
"หลังจากที่ กสท.ได้โครงการไปแล้ว ก็ขอให้เร่งดำเนินการเพื่อรองรับการแข่งขัน อย่าเกียร์ว่าง โดย ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีมีความกังวลเรื่องการจัดการระบบต่างๆ ในประเด็นการซื้อฮัทช์ แต่ก็เห็นด้วยว่า ถ้าปล่อยให้ฮัทช์บริหารก็ยังคงขาดทุน ส่วนเรื่องบุคลากรของฮัทช์ คงต้องเข้าสู่กระบวนการต่อไป" รมว.ไอซีที กล่าว
ร.ต.หญิงระนอง รักษ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากผลักดันโครงการของกสท แล้ว ก็เตรียมผลักดัน โครงการต่างๆ ของทีโอที ภายในเดือน พ.ค.2553 เพราะกระทรวงไอซีทีถือเป็นถือเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการด้านโทรคมนาคม อีกทั้ง ต้องดูความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีในต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้าคนไทยด้วย.
ไทยรัฐออนไลน์
- โดย ทีมข่าวไอทีออนไลน์
- 11 พฤษภาคม 2553, 07:00 น.
|